การจัดการคุณภาพอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

   

 

ความท้าทาย

 

    จากปัญหาคุณภาพอากาศที่ประเทศเผชิญอยู่ ซึ่งทุกภาคส่วนหันมาใส่ใจและร่วมหาแนวทางในการควบคุมการปล่อยมลสาร ทั้งในภาคเกษตรที่เกิดจากการเผาหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตร และภาคอุตสาหกรรมที่เกิดจากกระบวนการผลิตของโรงงาน  ดังนั้นการจัดการคุณภาพอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมการปลดปล่อยมลสารที่เกิดขึ้นให้ดีกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้นั้น จึงถือเป็นความท้าทายของกลุ่มมิตรผล เพื่อช่วยให้สามารถส่งต่อคุณภาพอากาศที่ดีสู่สังคมและชุมชนได้

 

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางการบริหารงาน

 

    กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญในการบริหารจัดการคุณภาพอากาศที่เกิดจากการดำเนินงานของบริษัท เนื่องจากในกระบวนการผลิตอาจก่อให้เกิดมลสารทางอากาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพนักงานและชุมชนโดยรอบ บริษัทจึงได้จัดทำกลยุทธ์ แผนบริหารจัดการควบคุมคุณภาพอากาศ  และแนวทางพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพอากาศทั้งภายใน และบริเวณโดยรอบโรงงาน ตลอดทั้งมีการตรวจวัด และติดตามคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณภาพอากาศเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ ดูแลป้องกันมลสารทางอากาศผ่านการจัดการคุณภาพอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

ผลการดำเนินงาน

 

    จากการควบคุมและหาแนวทางพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คุณภาพการปล่อยอากาศของกลุ่มมิตรผลในปี 2563 ดีขึ้น ดังนี้

 

 
 

 

    การป้องกันมลสารทางอากาศที่กลุ่มมิตรผลดำเนินงาน จะแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 

 
 

 

    การป้องกันมลสารทางอากาศที่แหล่งกำเนิด
 
  • ควบคุมระบบการเผาไหม้ของ Boiler โดยมีการใช้เชื้อเพลิง และควบคุมปัจจัยการเผาไหม้ของหม้อไอน้ำให้เหมาะสม ช่วยลดปริมาณ NOx, SOx ,CO, TSP และช่วยให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์

 

  • ติดตั้งระบบควบคุมฝุ่นด้วยหยดน้ำ (Wet Scrubber) ที่มีประสิทธิภาพควบคุมฝุ่นร้อยละ 80 และทยอยนำระบบควบคุมฝุ่นด้วยไฟฟ้าสถิต (Electrostatic Precipitator) ที่ทันสมัยซึ่งสามารถควบคุมฝุ่นได้ถึงร้อยละ 99 เพื่อดักจับฝุ่นจากการเผาไหม้ จากการผลิตไฟฟ้าชีวมวล

 

  • ควบคุมฝุ่นจากกระบวนการผลิตวัสดุทดแทนไม้ โดยติดตั้งระบบบำบัดอากาศด้วยระบบมัลติไซโคน ประสิทธิภาพควบคุมฝุ่นร้อยละ 80 และทยอยนำระบบที่ทันสมัยติดตั้งเครื่องดักฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต (Wet Electrostatic Precipitator) ประสิทธิภาพควบคุมฝุ่นร้อยละ 99.9

 

  • ติดตั้งสเปรย์ละอองน้ำเพิ่มเติมที่ปลายปล่องระบายของระบบบำบัดอากาศด้วยระบบมัลติไซโคน

 

  • มีระบบดูดและรวบรวมฝุ่นจากกระบวนผลิตวัสดุทดแทนไม้ภายในอาคารผลิต และมีรถดูดฝุ่นวิ่งรอบบริเวณลานกองไม้ปีก เพื่อนำกลับไปเป็นเชื้อเพลิงของเตาเผาไหม้สำหรับการให้พลังงานของกระบวนการผลิต

 

  • ตรวจวัดคุณภาพปล่องระบายอากาศ เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

 

  • ตรวจวัดค่าความทึบแสงเขม่าควันที่ระบายออกจากปล่องด้วยแผนภูมิเขม่าควันของริงเกิลมานน์อย่างต่อเนื่อง
         เป็นการ monitor เพื่อควบคุมประสิทธิภาพการเผาไหม้อย่างใกล้ชิด
 
  • การคลุมกองและการจัดการกองจัดเก็บเชื้อเพลิง เช่น ชานอ้อย
 
 
 
    การป้องกันมลสารทางอากาศที่ทางผ่าน
 
  • ควบคุมฝุ่นจากสายพานลำเลียงวัตถุดิบชานอ้อยเข้าโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวล โดยการตรวจสอบจุดรั่วของฝุ่นในสายพานอย่างสม่ำเสมอ ทำการติดตั้งที่ครอบสะพานลำเลียงชานอ้อย และทำการเคลื่อนย้ายชานอ้อยโดยสายพานลำเลียงแบบเคลื่อนที่ (Mobile Belt) ซึ่งภายในสายพานลำเลียงยังมีอุปกรณ์เกลี่ยชานอ้อยให้อยู่บนสายพาน, สเปรย์น้ำและอุปกรณ์ป้องกันการฟุ้งกระจายของชานอ้อยซึ่งปรับระดับความสูงได้

 

  • การปลูกต้นสนเพื่อเป็นแนวป้องกันฝุ่นจากกองชานอ้อยและติดตั้งแนวกำแพงตาข่ายสูงรอบกองชานอ้อย

 

  • ติดตั้ง Wind Break เพื่อเปลี่ยนทิศทางลมที่กองชานอ้อย

 

  • สเปรย์น้ำโดยใช้เครื่องพ่นหมอกน้ำ และ Big Gun พ่นน้ำ ในตำแหน่งหัวสะพานและตาข่ายกันฝุ่น

 

  • ติดตั้งท่อโปรยชานอ้อย เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของชานอ้อย

 

  • ติดตั้ง Wind Sock เพื่อเฝ้าระวังทิศทางลมที่กองชานอ้อยและใบอ้อย

 

  • ทำความสะอาดฝุ่นละอองสะสมตามหลังคา อาคาร ระบบลำเลียงเชื้อเพลิงต่างๆ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นที่มีโอกาส
         ฟุ้งกระจายออกสู่ภายนอกอย่างสม่ำเสมอ
 
  • ติดตั้งแนวตาข่ายในจุดที่เป็นช่องลมหรือทางผ่าน ในชั้นนอกกองชานอ้อยและใบอ้อย

 

  • ช่วงฤดูหีบอ้อย ได้เพิ่มเติมรถน้ำบริการพรมถนนทั้งในโรงงานและในชุมชนรอบโรงงาน เพื่อลดผลกระทบฝุ่นละอองจากการสัญจร

 

  • มาตรการป้องกันฝุ่นลานกองไม้ปีกวัถุดิบของการผลิตวัสดุทดแทนไม้ได้แก่ แนวตาข่าย สเปรย์รอบกอง แนวกำแพงดิน และแนวต้นไม้
 
    การป้องกันมลสารทางอากาศที่ชุมชน
 
  • ทำการการตรวจวัดคุณภาพในบรรยากาศรอบโรงงาน ตามมาตรการ EIA เช่น ฝุ่นละออง ขนาดเล็กที่มีขนาด
         ไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ฝุ่นขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 100 ไมครอนลงมา (TSP)
 
  • สำรวจผลกระทบฝุ่นละอองในชุมชน เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และดำเนินการการแก้ไขป้องกัน

 

  • ติดตั้งชุดอุปกรณ์ตรวจสอบ monitor คือชุดผ้าขาว ผ้าดำ ในโรงงานและชุมชน เพื่อประเมินปริมาณฝุ่นนำมาประกอบการวิเคราะห์ข้อมูล

 

 
 

การควบคุมฝุ่นจากบริเวณจัดเก็บชานอ้อย เช่น

การคลุมกองชานอ้อย การสเปรย์น้ำเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของชานอ้อย และแนวตาข่ายและกำแพงต้นไม้รอบกองชานอ้อย

 

 

โครงการการประเมินผลกระทบด้านมลภาวะทางด้านอากาศ ด้วยการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ AERMOD

ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

 

    กลุ่มมิตรผล ได้นำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ AERMOD มาประยุกต์ใช้เพื่อประเมินการแพร่กระจายมลสารทางอากาศ โดยใช้ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา และผลตรวจวัดคุณภาพอากาศที่ระบายออกจากปล่องมาวิเคราะห์ โดยได้เริ่มตั้งแต่ปี 2562

ที่ บริษัท พาเนล พลัส จำกัด และในปีนี้ได้ขยายการดำเนินการให้ครอบคลุมไปยังบริษัท น้ำตาลสิงห์บุรี จำกัด บริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์ จำกัด และบริษัท มิตรผล ไบโอ-เพาเวอร์ (ด่านช้าง) จำกัด โดยโครงการแบ่งเป็น 3 ระยะเพื่อให้เกิดการเรียนและการปฏิบัติจริง ดังนี้

 
  • ระยะที่ 1 การเรียนรู้ทฤษฏี
  • ระยะที่ 2 การฝึกปฏิบัติใช้งานโปรแกรม AERMOD และการแบ่งปันประสบการณ์จากบริษัท พาเนล พลัส
  • ระยะที่ 3 การวิเคราะห์ประมวลผลเพื่อนำมาประยุกต์ใช้งานและจัดทำมาตรการป้องกัน
 

 

    สำหรับระยะที่ 1 และระยะที่ 2 มุ่งเน้นพัฒนาพนักงานเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของพนักงานในการวิเคราะห์ และการศึกษาวิธีการใช้เครื่องมือตรวจวัดที่ถูกต้อง เพื่อการวิเคราะห์มลสารที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจให้พนักงานถึงลักษณะการแพร่กระจายมลพิษและปัจจัยหลักที่ส่งผลด้วยแบบจำลองที่เห็นภาพอย่างชัดเจน ทำให้บริษัทสามารถวางแผนควบคุมอัตราการระบายมลสารทางปล่อง จัดเตรียมมาตรการป้องกัน เฝ้าระวังการระบายมลสารทางอากาศในช่วงเวลาที่ลมเปลี่ยนทิศทาง เพื่อให้การจัดการคุณภาพอากาศมีประสิทธิภาพ

 

 
 

การอบรมหลักสูตรแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ AERMOD