การบริหารจัดการน้ำ

 

 

ความท้าทาย

 

    น้ำถือเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งในปัจจุบันความผันผวนของสภาพภูมิอากาศทำให้ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ และส่งผลกระทบต่อน้ำที่ใช้ใน การเพาะปลูก และในกระบวนการผลิต บริษัทจึงให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้น้ำอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชน รวมทั้งยังกำหนดเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญประการหนึ่งของกลุ่มมิตรผล

 

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางบริหารจัดการ

 

    กลุ่มมิตรผลได้มีการบริหารจัดการน้ำ ผ่านคณะทำงานจัดการน้ำ เพื่อร่วมกันระดมความคิดในวางแผนจัดการน้ำแบบทั่วทั้งองค์กร เพื่อให้จัดหาน้ำที่เพียงพอต่อการใช้งานและคุณภาพน้ำที่เหมาะสมต่อการผลิต และคำนึงและรับฟังความคิดเห็นของ

ผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อป้องกันความขัดแย้งกับชุมชนในพื้นที่ นอกจากนี้ บริษัทยังมีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นต้น และหน่วยงานปกครองในพื้นที่ รวมทั้งตัวแทนผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ดำเนินการ เพื่อหารือแนวทางการจัดการน้ำร่วมกันให้เพียงพอกับความต้องการในการดำเนินธุรกิจ และความต้องการของชุมชน

            
               
 

   

   สำหรับการบริหารจัดการน้ำทิ้ง บริษัทมุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีใหม่ในกระบวนการบำบัดน้ำทิ้งมาใช้ โดยมีการสร้างระบบบำบัดน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากน้ำทิ้ง จนกระทั่งคุณภาพน้ำผ่านเกณฑ์ตามกฎหมาย และข้อบังคับต่างๆ ที่กำหนด

 

ผลการดำเนินงาน

 

 
 

    จากการทบทวนผลดำเนินงานด้านการบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมา และปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงขึ้น ทำให้กลุ่มมิตรผล

ตั้งเป้าหมายลดปริมาณการใช้น้ำและดำเนินโครงการเพื่อให้เกิดการใช้น้ำที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นดังต่อไปนี้    

  

 
1. Resource จัดหาแหล่งน้ำผิวดินและน้ำใต้ดิน เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำรอง
 
  • จัดหาแหล่งน้ำสำรอง โดยการขุดลอกบ่อที่ตื้นเขิน และขุดบ่อเก็บน้ำเพิ่มเติม เพื่อรองรับน้ำฝนและน้ำหลาก
 
 
2. Reduce ลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตและทั่วไป
 
  • ใช้น้ำอ้อยใสเจือจางน้ำยาพักใสแทนน้ำดิบ
 
  • ปรับปรุงกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายดิบเพื่อลดการปนเปื้อนของไอระเหยน้ำตาลกับน้ำหล่อเย็น ส่งผลให้ลดจำนวนครั้งการถ่ายน้ำของหอหล่อเย็น (Cooling Tower) ลงจาก 2 ครั้ง/ 7 วัน เป็น 1 ครั้ง/ 10 วัน ส่วนกระบวนการทำน้ำตาล
         รีไฟน์น้ันลดการถ่ายน้ำของหอหล่อเย็น จาก 2 ครั้ง/ 7 วัน เป็น 1 ครั้ง/ 7 วัน โดยมีการควบคุมค่าความเป็นกรด
         เป็นด่าง (pH) ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม
 
  • ลดการใช้น้ำดิบ ด้วยการใช้น้ำที่ควบแน่นของไอน้ำอ้อยทดแทน จากกระบวนการต้มระเหยน้ำอ้อยในกระบวนการผลิตน้ำตาล

 

  • ปรับเปลี่ยนระบบท่อเพื่อแยกน้ำร้อนที่เกิดจากการล้างรถแท็งก์บรรจุน้ำเชื่อม โดยนำน้ำล้างที่ปนเปื้อนน้ำเชื่อมกลับมาปรับปรุงคุณภาพด้วยระบบออสโมซิสแบบผันกลับ  (Reverse Osmosis) เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตใหม่

 

  • โครงการแยกน้ำทิ้งตามค่าของแข็งละลายน้ำ (TDS) โดยแยกน้ำเสียที่มีค่า TDS ต่ำ (น้ำเสียจากกระบวนการผลิตทั่วไป) กลับมาปรับปรุงคุณภาพและนำกลับมาใช้ใหม่

 

  • สำหรับกระบวนการผลิตไฟฟ้า ลดปริมาณน้ำดิบสำหรับการเติมน้ำในระบบหล่อเย็น จากปริมาณน้ำดิบ 86 ลูกบาศก์เมตร เหลือ 59 ลูกบาศก์เมตร และใช้น้ำทิ้งที่มีคุณภาพดีจากหน่วยผลิตต่างๆ เช่น น้ำจากกระบวนการล้างย้อน (Back wash) จากถังกรองทรายมาปรับปรุงคุณภาพทดแทนการใช้น้ำดิบ

 

  • รณรงค์ลดการใช้น้ำในอาคารสำนักงาน
 
 
3. Reuse หมุนเวียนน้ำคอนเดนเสท (Condensate) ที่เกิดจากกระบวนการต้มระเหยน้ำอ้อย ใช้ซ้ำใน
    กระบวนการผลิต
 
  • นำน้ำร้อนกลับไปใช้ในกระบวนล้างเครื่องจักร Clean-In-Place (CIP)

 

  • นำน้ำร้อนมาใช้ในการละลายพอลิเมอร์ เพื่อใช้ในการตกตะกอนน้ำอ้อย

 

  • ฝ่ายผลิตไฟฟ้าต่อท่อน้ำจากกระบวนการล้างย้อน (Back wash) จากถังกรองทรายลงบ่อพักเพื่อนำน้ำกลับมาใช้อีก

 

  • ฝ่ายผลิตไฟฟ้า นำน้ำที่ควบแน่นของไอน้ำอ้อย จากขั้นตอนการต้มระเหยน้ำอ้อยของกระบวนการผลิตน้ำตาล 
        ไปปรับปรุงคุณภาพเพื่อนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ สามารถลดการใช้น้ำในระบบ 1,000-1,500 ลูกบาศก์เมตร
 
 
4. Recycle  นำน้ำร้อนกลับมาที่บ่อน้ำดิบในฤดูหีบ และหมุนเวียนน้ำหลังบำบัดกลับมาใช้ที่บ่อน้ำดิบ
 
  • นำน้ำทิ้งหลังการบำบัดกลับมาใช้ในกระบวนการผลิต 100% ในกระบวนการผลิตน้ำตาล

 

  • นำน้ำจากการหีบอ้อยมาลดอุณหภูมิและนำกลับมาใช้ในกระบวนการผลิต 100%

 

  • นำน้ำหลังการบำบัดมาใช้พรมกองชานอ้อย และพรมผงขี้เถ้าแบบแห้งในขณะลำเลียงบนสายพาน จากหม้อไอน้ำ

 

  • รวบรวมน้ำทิ้งจากระบบผลิตน้ำแบบออสโมซิสย้อนกลับ (Reverse Osmosis) จากกระบวนการผลิตน้ำเชื่อมและผลิตภัณฑ์พิเศษ ที่มีคุณภาพดีกลับไปเก็บในบ่อน้ำดิบของโรงงาน

 

  • ปรับปรุงพื้นที่สีเขียว โดยใช้หลักการพื้นที่ชุ่มน้ำ (wetland) เพื่อช่วยปรับสภาพน้ำหลากก่อนนำไปเก็บในบ่อน้ำดิบ

 

  • นำน้ำที่ผ่านระบบบัดน้ำเสียบ่อสุดท้ายที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐาน มาสเปรย์ลดฝุ่นในพื้นที่โล่ง ลานจอดรถอ้อย และรดน้ำต้นไม้
 
 

มีคณะทำงานจัดการน้ำ เพื่อติดตามผลการดำเนินงานทุกสัปดาห์

 
 
 

นำน้ำร้อนกลับมาใช้ในบ่อน้ำดิบ

 

 

    สำหรับการบริหารจัดการน้ำเสีย บริษัทมีการนำเทคโนโลยีการบำบัดน้ำทิ้งใหม่มาใช้ ดังเช่น โรงงานน้ำตาลมิตรอำนาจเจริญ

ซึ่งเป็นโรงงานน้ำตาลใหม่ในกลุ่มมิตรผล ได้มีการนำระบบบำบัดที่ทันสมัยโดยใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบแอคติเวตเต็ดสลัดจ์

หรือระบบเลี้ยงตะกอน (Activated Sludge System) เป็นกระบวนการบำบัดน้ำเสียทางชีววิทยา อาศัยสิ่งมีชีวิต ได้แก่

พวกจุลินทรีย์ในการกิน ทำลาย ย่อยสลายดูดซับ หรือเปลี่ยนรูปของมวลสารอินทรีย์ต่างๆ ที่มีอยู่ในน้ำเสียให้มีค่าความสกปรก

น้อยลง โดยอาศัยปฏิกิริยาทางเคมีแบบใช้ออกซิเจนเรียกว่า Aerobic Treatment สำหรับน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะถูกนำมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงงาน อาทิเช่น การใช้น้ำในไร่บริษัท การรดน้ำต้นไม้ การล้างทำความสะอาดพื้นที่โรงงาน เป็นต้น

 

   
   
รับมอบโล่เชิดชูเกียรติแหล่งกำเนิดมลพิษที่ผ่านเกณฑ์การประเมินการบริหารจัดการน้ำเสีย ระดับทอง