การบริหารจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว

 

     กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญกับการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพไม่ให้กระทบต่อและชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่ 12 ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการนำหลักการของเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาดำเนินธุรกิจ โดยนำผลพลอยได้จากการผลิตเหลือไว้มาสร้างมูลค่า ได้แก่ ชานอ้อยมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าชีวมวล นำกากน้ำตาล (โมลาส) มาใช้ผลิตเอทานอล นำกากตะกอนหม้อกรอง และกากส่า (วีแนส) มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เพื่อนำกลับไปใช้ในไร่ เป็นต้น ซึ่งจากการดำเนินการดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มมิตรผลสามารถลดการใช้วัตถุดิบในกระบวนการผลิต ลดปริมาณของเสียที่เหลือทิ้งเป็นการบริหารจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังช่วยต่อยอดสร้างธุรกิจใหม่ให้กับองค์กรได้อีกด้วย

 

การลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก และใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

    กลุ่มมิตรผลมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจโดยเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมนำหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) มาใช้ในการบริหารจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ทำให้ลดการใช้วัตถุดิบ และลดปริมาณการส่งวัสดุที่ไม่ใช้แล้วไปกำจัดควบคู่กับการให้ความสำคัญต่อปัญหาขยะพลาสติก ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญที่กระทบต่อระบบนิเวศในปัจจุบัน นอกจากนี้กลุ่มมิตรผลยังมีการลดปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single-Use Plastic Packaging) การส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ (Compostable Packaging) อีกด้วย

 

 

การลดปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single-Use Plastic Packaging)

 

     สำหรับการจัดส่งน้ำเชื่อมจำนวน 220,000 ตัน ให้กับลูกค้าโดยแทงค์คาร์ บริษัทสามารถลดปริมาณการใช้ถุงบรรจุภณฑ์พลาสติกจำนวน 183 ล้านถุง และการจัดส่งน้ำตาลทรายจำนวน 60,000 ตัน ให้กับลูกค้าโดยแทงค์คาร์ บริษัทสามารถลดปริมาณการใช้ถุงบรรจุภัณฑ์พลาสติกจำนวน 60 ล้านถุง 

 

 
     
แทงค์คาร์บรรจุผลิตภัณฑ์น้ำเชื่อม      แทงค์คาร์บรรจุผลิตภัณฑ์น้ำตาลทราย

 

     นอกจากนั้น กลุ่มมิตรผลยังได้มีการส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ซ้ำ ช่วยลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น เช่น บริษัท มิตรผล สเปเชียลตี้ ไบโอเทค จำกัด ได้มีการนำชะลอมที่ใช้สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ส่งให้ลูกค้านำกลับมาใช้บรรจุใหม่ บริษัท พาแนล พลัส จำกัด นำวัสดุ packing แผ่นรอง และขาไม้หมอนกลับมาใช้ใหม่หลังจากส่งผลิตภัณฑ์ให้ลูกค้า

 

 

การส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ (Compostable Packaging)

 

     กลุ่มมิตรผลร่วมมือกับบริษัท พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม จำกัด ในการพัฒนาเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่ตอบสนองแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษเคลือบพลาสติกชีวภาพ BioPBS (Bio-Based Polybutylene Succinate) ที่ทำจากข้าวโพดในบรรจุภัณฑ์น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ ซึ่งบรรจุภัณฑ์นี้สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายในระยะเวลาแค่ 6 เดือน และไม่ทิ้งสารตกค้างต่อสิ่งแวดล้อม

 

 
บรรจุภัณฑ์น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ

 

 

เป้าหมายในการขยายการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
 
  • ปี 2562 เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำตาลที่บรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ในตลาด อย่างน้อย 1 ผลิตภัณฑ์
 
  • ปี 2565 ไม่มีการใช้สารพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ในบรรจุภัณฑ์น้ำตาลทั้งหมด โดยเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาพัฒนาบรรจุภัณฑ์
 
  • ปี 2568 บรรจุภัณฑ์น้ำตาลทั้งหมด (ร้อยละ 100) ถูกออกแบบให้สามารถนำมาใช้ซ้ำ นำกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ หรือย่อยสลายได้

 

 

ผลการบริหารจัดการด้านบรรจุภัณฑ์

 

บรรจุภัณฑ์พลาสติก

 

กลุ่มมิตรผลมีการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่นำกลับมารีไซเคิล และสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติในปี 2562 คิดเป็นร้อยละ 96.46 ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั้งหมด

บรรจุภัณฑ์กระดาษ

 

บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่ผลิตจากเยื่อกระดาษรีไซเคิล และบรรจุภัณฑ์กระดาษที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล โดยมีการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษเป็นบรรจุภัณฑ์ชั้นนอก 

 

ในปี 2562 มีการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษที่ผลิตจากเยื่อกระดาษรีไซเคิล และได้การรับรองตามมาตรฐานสากล คิดเป็น ร้อยละ 93.76 ของบรรจุภัณฑ์กระดาษทั้งหมด

 
 

 

 

การสร้างจิตสำนึกเรื่องการลดใช้พลาสติกให้กับพนักงานในองค์กร

 

    สำหรับปัญหาขยะพลาสติกซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมที่กระทบกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก และการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายเพื่อแก้ปัญหานี้ร่วมกัน บริษัทจึงได้จัดคณะทำงานลกใช้พลาสติกและได้จัดโครงการ Less Plastic โดยจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้พนักงานลดการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง พร้อมทั้งให้ความรู้และสื่อสารกับพนักงานถึงผลกระทบจากปัญหาขยะพลาสติกที่มีในปัจจุบัน เช่น Mitr Phol Less Plastic 30 Days Challenge เป็นกิจกรรมที่รณรงค์การลดการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยพนักงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การใช้กระบอกน้ำส่วนตัวสำหรับการนำไปซื้อเครื่องดื่มที่ร้านค้า ช่วยลดปริมาณขยะแก้วพลาสติก การนำกล่องอาหารไปซื้ออาหาร ช่วยลดปริมาณขยะกล่องพลาสติก  และบริษัทได้ให้บริการถุงผ้ายืมแล้วคืน เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมพนักงานในการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกอีกด้วย

 

 

Mitr Phol Less Plastic 30 Days Challenge

 
 

 

 
กิจกรรม ถุงผ้ายืมแล้วคืน

 

การแปรรูปวัสดุไม่ใช้แล้วมาเป็นผลิตภัณฑ์

 

     กลุ่มมิตรผลมีการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เพื่อดำเนินงานด้านการบริหารจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด โดยในปี 2562 นี้ บริษัท พาเนล พลัส จำกัด หนึ่งในบริษัทของกลุ่มมิตรผล ได้สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกร่วมกันคิดค้นพัฒนาในการเปลี่ยนขี้เถ้าชีวมวลซึ่งเป็นของเสียจากกระบวนการผลิตมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตซีเมนต์ แปรรูปเป็นอิฐปูโรงงาน นำไปทำหมุดเขตแดน และอยู่ในระหว่างการศึกษาเพื่อทำยางปูพื้นเพื่อทำทางเดินและลู่วิ่ง นอกจากนี้บริษัทยังมีการนำขี้เถ้าไปทำสารปรับปรุงดินเพื่อทดลองใช้ในไร่ ที่เกาะแต้ว จังหวัดสงขลา จำนวน 160 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปริมาณขี้เถ้าส่งไปกำจัดได้ถึง 16,000 ตัน คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่ลดลงประมาณ 4.9 ล้านบาท

   
 
   
  เปลี่ยนขี้เถ้าชีวมวลซึ่งเป็นของเสียจากกระบวนการผลิตมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตซีเมนต์ แปรรูปเป็นอิฐปูโรงงาน
   

 

     นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการบริหารจัดการวัสดุไม่ใช้แล้วต่างๆ เช่น การนำเศษจากการตัดขอบผลิตภัณฑ์ไม้กลับเข้ากระบวนการผลิต เพื่อลดการใช้วัตถุดิบตั้งต้น โครงการลดปริมาณของเสียทั่วไปเพื่อลดปริมาณการนำไปฝังกลบ โครงการธนาคารขยะรีไซเคิลเพื่อลดปริมาณของเสียจากบ้านพักพนักงานในโรงงาน

 

 

โครงการผลิตยีสต์อาหารสัตว์ (Fodder Yeast)

     
 
     
มิตรผล สเปเชียลตี้ ไบโอเทค    ผลิตภัณฑ์ยีสต์อบแห้ง KOBOTEN

 

     กลุ่มมิตรผลสร้างมูลค่าเพิ่มจากกระบวนการผลิตเอทานอล โดยการปั่นแยกยีสต์ออกจากน้ำหมัก และนำไปพัฒนาเพิ่มความเข้มข้นด้วยการอบแห้ง จนได้ยีสต์ที่มีโปรตีน 50-60% กลายเป็นผลิตภัณฑ์ยีสต์อบแห้ง KOBOTEN และ KOBOTENnutri ใช้เป็นส่วนผสมสำหรับอาหารสัตว์ ทดแทนปลาป่นหรือถั่วเหลืองที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของไทย นอกจากจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัทแล้ว ยังช่วยลดปริมาณเซลล์ยีสต์ที่นำไปกำจัดด้วยการฝังกลบ ประมาณ 30 ตันต่อวัน ซึ่งช่วยลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

 

 

ปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นของกลุ่มมิตรผล
 
ในปี 2562 กลุ่มมิตรผลมีปริมาณการนำของเสียมาใช้ประโยชน์ ดังนี้
 
 

เป้าหมายของเสียถูกกำจัดด้วยวิธีอื่นๆ และเก็บในสถานประกอบการ ในปี 2562 คือ 0.91 ล้านตัน

 

** ปี 2562 มีการเก็บข้อมูลของเสียอันตรายและไม่อันตรายที่จัดเก็บในสถานประกอบการเพิ่มเติ