การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงองค์กร 

 

 

ความท้าทาย

 

    ท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก ก่อให้เกิดการดำเนินชีวิตแบบวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ที่ทำให้ทุกคนลดการเดินทาง และต้องทำงานจากบ้านมากขึ้น ทำให้เร่งการใช้ระบบออนไลน์มากขึ้น นับเป็นความท้าทายของบริษัทที่จะรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจ ด้วยความรับผิดชอบ โปร่งใส และเป็นธรรม พร้อมกำหนดนโยบายและมาตรการบริหารความเสี่ยงองค์กรที่มีความยืดหยุ่น เพื่อปรับตัวให้ทันท่วงทีสอดคล้องกับทุกสถานการณ์ เพื่อนำพาธุรกิจให้ดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

 

 

การกำกับดูแลกิจการที่ดี

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางบริหารจัดการ

 

    กลุ่มมิตรผลได้มีนโยบายและแนวปฏิบัติที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาล โดยมีการกำหนดหน้าที่รับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่ต้องรับทราบ ร่วมยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ ทำให้สามารถมั่นใจได้ว่า มีการดำเนินธุรกิจ โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียในอันที่จะสร้างความเติบโตทางธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

    คลิกเพื่อดูนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

 


โครงสร้างการบริหารองค์กรของกลุ่มมิตรผล(102-18)(102-19)(102-26)

 

    กลุ่มมิตรผลมีคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหาร ซึ่งมีการกำหนดหน้าที่อย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 11 ท่าน (ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2563) มีหน้าที่กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย กลยุทธ์ นโยบาย แนวปฏิบัติและระบบควบคุมภายใน รวมถึงการกำกับ ติดตาม และควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหาร เพื่อให้เกิดการเติบโตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 6 ครั้ง เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานของกิจการ ตลอดจนพิจารณาอนุมัติประเด็นสำคัญ และให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อรายงานผลการดำเนินงานและแผนการดำเนินการต่างๆ ให้ผู้ถือหุ้นรับทราบ

 

 

  

 

การสรรหาคณะกรรมการบริษัท

 

    ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทคณะกรรมการบริษัท ในการดูแลกิจการและการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักพื้นฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงกำหนดให้มีจำนวนของคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อย 5 คน และไม่เกิน 12 คน ซึ่งแต่ละปีกรรมการบริษัทต้องหมุนเวียนออกจากตำแหน่งเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ (ตามข้อบังคับของบริษัท) จำนวนบริษัทที่กรรมการแต่ละท่านสามารถดำรงตำแหน่งได้นั้น ต้องมีจำนวนไม่เกิน 4 บริษัท และในการประชุมแต่ละครั้ง ต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90  เลขานุการบริษัทจะจัดส่งหนังสือเชิญประชุมซึ่งระบุวาระการประชุมทั้งหมดให้คณะกรรมการล่วงหน้าก่อนวันประชุมอย่างน้อย 7 วัน และในการประชุมจะมีการจดบันทึกการประชุมที่มีรายละเอียดครบถ้วนชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร และมีการจัดเก็บรักษารายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการบริษัทอย่างครบถ้วน พร้อมให้คณะกรรมการบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ โดยในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัทเข้าร่วมการประชุมทั้งสิ้น 98.48% ของการประชุมทั้งหมด

 

การดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการ

 

    หนึ่งในรากฐานของการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนของมิตรผล คือการที่องค์กรมีหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การดำเนินงานต้องมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส และสามารถให้ตรวจสอบได้ รวมถึงให้ความสำคัญในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียม และเหมาะสม

 

นโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการ

 

    การกำกับดูแลกิจการของกลุ่มมิตรผลได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการบริษัท ผ่านการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน เช่น นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี นโยบายการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน นโยบายบริหารความเสี่ยง นโยบายการป้องกันการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น และได้มีการทบทวนและกำหนดนโยบายให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ โดยนโยบายต่างๆ เหล่านี้ จะถูกขับเคลื่อนได้ด้วยบุคลากร อันได้แก่ กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ที่ต้องรับทราบและยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน อีกทั้งยังมีการเผยแพร่และสื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้เสียภายนอกผ่านช่องทางต่างๆ อีกด้วย เช่น การจัดการอบรมภายในบริษัท การสื่อสารผ่านคู่มือ และการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท เป็นต้น นอกจากนี้ยังสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้บุคลากรมีความเข้าใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสังคมไทย ด้วยการสนับสนุนให้บุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ซึ่งจัดขึ้นโดยภาครัฐ และองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง  และเพื่อให้การดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการเป็นไปอย่างชัดเจน บริษัทยังได้กำหนดให้มีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบด้านการกำกับดูแลกิจการโดยตรง เพื่อทำหน้าที่ในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และความตระหนักให้แก่บุคลากรอีกด้วย

 

 

ผลการดำเนินงาน

 

จรรยาบรรณมิตรผล(102-16)

 

    “จรรยาบรรณมิตรผล” หรือจริยธรรมทางธุรกิจ ที่มิตรผลได้รวบรวมแนวพฤติปฏิบัติอันดี เช่น ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การแสดงออกทางการเมือง ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ความรับผิดชอบต่อข้อมูลและทรัพย์สิน เป็นต้น ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงาน รวมถึงคู่ค้า พึงยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินงาน และต้องมีการลงนามรับทราบและถือปฏิบัติจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้อง โดยกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานจะต้องมีการทบทวนเป็นประจำทุกปี เพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักในการรับรู้อยู่เสมอ ในขณะที่คู่ค้าใหม่ของบริษัทจะมีการลงนามใน “จรรยาบรรณของคู่ค้ามิตรผล” เพื่อรับทราบและใช้เป็นแนวปฏิบัติ เช่นกัน

 

    โดยเนื้อหาของจรรยาบรรณมิตรผลจะได้รับการทบทวนโดยคณะกรรมการบริษัทอยู่เสมอ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจและสังคม และมีการสื่อสาร รวมถึงสร้างการรับรู้ ทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดกิจกรรมและวิธีการสื่อสารในหลายรูปแบบผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ป้ายประชาสัมพันธ์ติดตั้งภายในสำนักงาน การประชาสัมพันธ์ผ่านอีเมล อินทราเน็ต การฝึกอบรม เว็บไซต์ เป็นต้น โดยมีรูปแบบและเนื้อหาที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละปี และแต่ละเทศกาล เช่น ในช่วงเทศกาลปีใหม่ จะมีสื่อสารเรื่องแนวปฏิบัติการรับและให้ของขวัญฯ จากประธานกรรมการบริษัทฯ เพื่อย้ำเตือนให้บุคลากรได้รับทราบและตระหนักถึงเจตนารมย์ที่ชัดเจนขององค์กร อีกทั้งยังมีการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ รวมถึงมีจดหมายแจ้งถึงคู่ค้าและลูกค้าเพื่อทราบและร่วมส่งเสริมแนวทางดังกล่าวด้วย

 

    กลุ่มมิตรผลได้จัดอบรมหลักสูตร “วัฒนธรรมและจรรยาบรรณมิตรผล” และ “การควบคุมป้องกันการทุจริต”อย่างต่อเนื่องเพื่อสื่อสารและสร้างการรับรู้ในเรื่องจรรยาบรรณ นโยบาย และแนวปฏิบัติต่างๆ รวมถึงช่องทางการร้องเรียน ซึ่งในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  หลักสูตรดังกล่าวยังคงดำเนินการต่อเนื่องผ่านระบบออนไลน์ และปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอให้มีความทันสมัย และเหมาะสมกับกลุ่มผู้ร่วมอบรม

 

 
 

    นอกจากนี้กลุ่มมิตรผล ยังเข้าร่วมโครงการประกวดด้านจรรยาบรรณทางธุรกิจที่จัดโดยหน่วยงานของภาครัฐ หรือองค์กรระดับนานาชาติ เช่น รางวัลองค์กรโปร่งใส (NACC Integrity Awards) ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญที่จะประเมินการดำเนินงานของกลุ่มมิตรผลเทียบเคียงกับแนวปฏิบัติที่ดีในระดับประเทศและสากล เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานให้มั่นใจได้ว่ามิตรผล เป็นองค์กรที่มีบรรษัทภิบาลที่ดีตามเจตนารมย์ที่ตั้งไว้

 

 
 
จำนวนของผู้ที่ได้รับการสื่อสาร รับทราบและอบรมจรรยาบรรณ นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการกำกับดูแล
 
กิจการของกลุ่มมิตรผล(205-2)
 
 

 

การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน

 

    กลุ่มมิตรผลมีเจตนารมย์ที่ชัดเจนในเรื่องการต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน โดยได้กำหนดเป็นนโยบายรวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรทุกคนยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน เช่น นโยบายการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน นโยบายการป้องกันการฟอกเงินต่อต้านการสนับสนุนการเงินแก่การก่อการร้ายขึ้น แนวปฏิบัติในการรับและให้ของขวัญฯ และแนวปฏิบัติในการร้องเรียน เป็นต้น โดยมีการสื่อสาร ทำความเข้าใจไปยังบุคลากรมิตรผลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้มีการเผยแพร่ให้ผู้มีส่วนได้เสียรับทราบ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ รูปเล่มหนังสือ เป็นต้น เพื่อให้บุคลากรมิตรผลและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายได้มีความเข้าใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยการสอดส่องดูแลองค์กรให้มีความโปร่งใสสมดังเจตนาที่ตั้งไว้     

 

    นอกจากการสื่อสารแล้ว ยังได้สร้างความรับรู้และความตระหนักผ่านการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทั้งภายในองค์กรและกิจกรรมของภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพื่อให้มั่นใจได้ว่ากลไกการป้องกันการทุจริตขององค์กรสามารถเทียบเคียงได้กับองค์กรชั้นนำของประเทศ กลุ่มมิตรผล โดยบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ยังได้รับการรับรองให้เป็นแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption; CAC) ซึ่งเป็นโครงการระดับประเทศ จากคณะกรรมการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต  และในปีนี้ แม้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่กลุ่มมิตรผลยังคงเข้าร่วมในกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ที่จัดโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์เป็นปีแรก เพื่อตอกย้ำในจุดยืนของการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของประเทศไทย

 

 
 

 

    ด้วยเจตนารมณ์ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น จึงได้กำหนดให้มีแนวปฏิบัติเรื่องการร้องเรียน ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งรวมถึงขั้นตอนดำเนินการเมื่อพบข้อร้องเรียน ช่องทางการร้องเรียน และการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียน ผู้ถูกร้องเรียน หรือผู้มีความเกี่ยวข้องกับการร้องเรียน รวมถึงข้อมูลและหลักฐานในการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงจนจบสิ้นกระบวนการ อีกทั้งกำหนดให้มีมาตรการคุ้มครอง และรักษาความลับไว้ด้วย เพื่อขอให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายได้ร่วมกันสอดส่องดูแล และให้ข้อมูลเบาะแสหรือแจ้งการร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ พฤติกรรม และการกระทำต่างๆ ที่ไม่เหมาะสมของบุคลากรบริษัท ได้อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงกำหนดให้มีกระบวนการตรวจสอบที่ดี เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความเสมอภาคให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย สนับสนุนให้เกิดความโปร่งใส่ในการปฏิบัติงาน และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์เพื่อการปรับปรุงกระบวนการหรือแนวปฏิบัติต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 
 
 

จำนวนข้อร้องเรียน Breaches / Corruption กลุ่มมิตรผล(102-17)(205-3)(206-1) (406-1)

 
 

 


การบริหารความเสี่ยงองค์กร(102-11) (102-15) (102-30) (102-31)

 

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางบริหารจัดการ

 

    การบริหารความเสี่ยงเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ เพื่อมุ่งสร้างผลตอบแทนที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ยังตอบสนองความต้องการและความคาดหวังแก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยคณะกรรมการบริษัทได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารเสี่ยง และมอบหมายให้ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย แนวทางในการบริหารความเสี่ยงองค์กร และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ รวมถึงมีการทบทวนความเป็นปัจจุบันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ให้สอดคล้องต่อสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจะมีการติดตามผลดำเนินการตามแผนบริหารความเสี่ยง รวมถึงประเมินความเสี่ยงในมุมมองต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้มีความสอดคล้องกับนโยบายบริหารความเสี่ยง รวมถึงกลยุทธ์และเป้าหมายขององค์กรอีกด้วย

 

    กลุ่มมิตรผลใช้กรอบการบริหารความเสี่ยงตามหลักการสากลของ COSO Enterprise Risk Management – Integrated Framework มาใช้เป็นเครื่องมือในการกระบวนการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร โดยเน้นการบริหารให้ครอบคลุมปัจจัยความเสี่ยงหลัก 4 ด้าน อันได้แก่ ด้านกลยุทธ์ ด้านการปฏิบัติการ ด้านการเงิน และด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง โดยในทุกปีจะมีการประเมินความเสี่ยง และจัดทำ Risk Profile เพื่อบริหารจัดการให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่ประสานงานกับแต่ละธุรกิจ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติทั่วทั้งองค์กร รวมทั้งทบทวน ติดตาม และรายงานความเสี่ยงที่สำคัญต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการบริษัท โดยมีผู้จัดการฝ่ายบริหารความเสี่ยงเป็นผู้รับผิดชอบ โดยขึ้นตรงต่อด้าน Governance, Risk, and Compliance และมีการดำเนินงานที่เป็นอิสระจากธุรกิจหลักอย่างชัดเจน

 

 

ผลการดำเนินงาน

 

    ในปี 2563 กลุ่มมิตรผลมีปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 
 
    คลิกดูรายละเอียดปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญ

 

 

การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ

 

    ความยืดหยุ่นขององค์กรที่จะดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะในการดำเนินธุรกิจอาจต้องเผชิญกับภัยคุกคามต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ หรือภัยอันเกิดจากการกระทำของมนุษย์ เช่น อัคคีภัย ความขัดแย้งทางการเมือง โรคระบาด การโจมตีทางไซเบอร์ เป็นต้น ซึ่งภัยคุกคามเหล่านี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงกับทรัพยากรที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ความปลอดภัยของพนักงาน ข้อมูลสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น หากองค์กรไม่สามารถรับมือ และฟื้นคืนกลับสู่สภาพปกติได้ภายในเวลาที่กำหนด อาจส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ดังนั้นจึงได้มีการเตรียมความพร้อมในการรับมือ และลดผลกระทบจากภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น โดยมีการประเมินและบริหารความเสี่ยงจากภัยคุกคามต่างๆ รวมถึงกำหนดแผนจัดการและกลยุทธ์ที่เหมาะสม และเพื่อให้กระบวนการดำเนินการเป็นไปตามมาตราฐานสากล

 

    มิตรผลได้นำระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management System: BCMS) ซึ่งอ้างอิงตามมาตรฐาน ISO 22301:2012 เข้ามาเป็นกรอบดำเนินการทั้งในพื้นที่สำนักงานใหญ่และโรงงานหลัก 7 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการนำกระบวนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ (Crisis Communication) เข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เพื่อให้การสื่อสารทั้งภายในและภายนอกเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ มีความถูกต้องและเหมาะสม เพื่อให้ลูกค้า คู่ค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายมั่นใจได้ว่ากลุ่มมิตรผลจะดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้บริหารและพนักงานเกี่ยวกับการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรสามารถใช้องค์ความรู้ในการประเมินสถานการณ์และเชื่อมโยงการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจกับการดำเนินธุรกิจขององค์กรได้อย่างเหมาะสม

 

 

การฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ

 

    ความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่อาจคุกคามองค์กรได้ทุกเมื่อ มาจากการฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี การบริหารแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ จะมีการประเมินความเสี่ยงจากภัยคุกคาม จากนั้นจะมีการประเมินกิจกรรมและการลำดับความสำคัญของกิจกรรม รวมถึงทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำเนินงานแผนความต่อเนื่อง อีกทั้งต้องมีการความพร้อมการสื่อสารในภาวะวิกฤติ

 

    การฝึกซ้อมจะช่วยให้ทุกฝ่ายทราบถึงบทบาทหน้าที่ของตนเอง รวมถึงสามารถปรับปรุงกระบวนการให้มีความเหมาะสมภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยในปี 2563 สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้ิอไวรัสโคโรนา 2019 ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ ในการวางแผนเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือต่อกรณีที่พบผู้ติดเชื้อในกระบวนการที่สำคัญ เช่น การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การจัดเก็บและส่งมอบ เป็นต้น โดยในทุกพื้นที่โรงงานได้แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบออกเป็น 4 ทีม ได้แก่ ทีมสื่อสาร ทีมทำความสะอาด ทีมจัดการผลิตภัณฑ์ และทีมตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง  เพื่อแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบให้มีความชัดเจน และมีการจัดเตรียมทรัพยากรที่มีความจำเป็นไว้อย่างเพียงพอ รวมถึงได้จัดให้มีการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องในทุกโรงงาน เพื่อให้พร้อมต่อสถานการณ์จริงอยู่เสมอ

 

 

กิจกรรมการฝึกซ้อมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจในพื้นที่โรงงาน