การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)


จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ได้ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ นานาประเทศจึงหันมาให้ความสนใจและตระหนักถึงภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ซึ่งวิธีการลดความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสามารถทำได้โดยการร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญทุกภาคส่วน ทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมในฐานะผู้ผลิต ภาคบริการในฐานะผู้ขับเคลื่อนกิจกรรม รวมถึงภาคประชาชนในฐานะผู้บริโภค การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในส่วนของผู้บริโภคที่เชื่อมโยงกับภาคการผลิตและภาคการบริการ ซึ่งการที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น โดยได้มีการดำเนินการในกระบวนการการดำเนินธุรกิจ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนี้  


1. การลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) ลดลง 3,525.79 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า  โดยมีโครงการที่สำคัญในการลดความชื้นของชานอ้อยที่นำเป็นเชื้อเพลิงเข้าหม้อไอน้ำ ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้ชานอ้อยลงได้
2. การลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (ขอบเขตที่ 2) ลดลง 927.35 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า  โดยมีโครงการที่สำคัญในการเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าเป็นหลอด LED และเพิ่มประสิทธิภาพการในต้มน้ำอ้อย และ การลดใช้พลังงาน ด้วยการหยุดปั๊มมอเตอร์ที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น ปั๊ม ปั๊มน้ำคอนเดนเซอร์ เป็นต้น

 

ส่งเสริมการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ
กลุ่มมิตรผลได้ส่งเสริมการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำด้วยการลงนามซื้อขายคาร์บอนเครดิตร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งกลุ่มมิตรผลเป็นผู้ขายคาร์บอนเครดิตรายใหญ่ของประเทศตามนโยบายสร้างสังคมคาร์บอนต่ำโดยมีปริมาณคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองรวม 489,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งได้จากการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของโรงไฟฟ้ามิตรผล ไบโอเพาเวอร์ จ.สุพรรณบุรี และมีแผนจะขยายเพิ่มเติม โดยผลการดำเนินงานโครงการ T-VER ของกลุ่มมิตรผลที่ผ่านมา มีผู้ซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อทำกิจกรรมชดเชยคาร์บอนและแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมจำนวน 26 องค์กร มีการขายคาร์บอนเครดิตไปแล้วกว่า 1.9 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือคิดเป็น 90% ของตลาดคาร์บอนเครดิตประเทศไทย ตามมาตรฐาน T-VER ซึ่งเราคาดหวังว่าจะเป็นการกระตุ้นให้ภาคประชาสังคมอื่นๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน และหากภาคธุรกิจหรือภาคส่วนอื่นๆ ร่วมใจซื้อคาร์บอนเครดิตจะเป็นแรงจูงใจให้มีผู้พัฒนาโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น