นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล

 

 

ความท้าทาย

 

    ปัจจุบันนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในโลกปัจจุบัน กลุ่มมิตรผลได้ปรับตัว โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เช่น การนำข้อมูลสารสนเทศ มาวิเคราะห์เพื่อพัฒนากระบวนการผลิต การส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับอ้อย ในอันที่จะสร้างความมั่นคงและยกระดับ อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล และการดำเนินธุรกิจของกลุ่มมิตรผลให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางบริหารจัดการ

 

    กลุ่มมิตรผลได้จัดตั้งศูนย์นวัตกรรมและการวิจัยมิตรผล เพื่อดำเนินงานวิจัยและพัฒนาที่หลากหลายตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รองรับงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม 6 ด้าน ได้แก่ ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพพันธุ์อ้อยและการจัดการ (Crop Production) ด้านปฏิบัติการเทคโนโลยีอ้อย (Sugarcane Technology Operations) ด้านพัฒนาเทคโนโลยีและการจัดการอ้อย (Sugarcane Technology and Management) ด้านการเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์น้ำตาล (Sugar Technology and Specialty) ด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์เคมีชีวภาพ (Bio-based Chemicals and Energy) และศูนย์ข้อมูลงานวิจัยระดับสากล (Global Sourcing for Innovation)

 

    สำหรับด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล ถือเป็นส่วนสำคัญหนึ่งในการขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมต่างๆ ข้อมูลสารสนเทศ อินเทอร์เน็ต ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ทางบริษัทมีแนวทางการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อให้การทำงานระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของกลุ่มมิตรผลมีความปลอดภัยและสอดคล้องต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

    โดยบริษัทได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเทคโนโลยีสารสนเทศทำหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของกลุ่มมิตรผล เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุดต่อบริษัท นอกจากนั้นแล้ว กลุ่มมิตรผลยังมีการจัดการบริหารความเสี่ยงด้าน Cybersecurity ให้มั่นใจว่าองค์กรจะมีการบริหารจัดการความเสี่ยง ความปลอดภัยของข้อมูลในระบบที่ดีและเตรียมพร้อมป้องกันภัยไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบกับธุรกิจ โดยได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งมีบทบาทหน้าที่ในการวางกรอบนโยบาย แนวทางและวิธีปฏิบัติ ในด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และความเป็นส่วนตัว (Privacy)  ตลอดจนกำกับดูแลให้เป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด  และให้มีการจัดการและตอบสนองเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์  มีการซ้อมแผนรับมือและกู้คืนสถานการณ์อย่างทันท่วงที เพื่อไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อธุรกิจ  

 

    ในส่วนของการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ กลุ่มมิตรผลได้มีการจัดโครงสร้างหน่วยงานและกำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน (Segregation of Duties) ตามหลักการถ่วงดุล (Check and Balance)  ซึ่งสอดคล้องตามแนวทางการบริหารความเสี่ยงและการตรวจสอบที่ดีตามหลัก 3 Lines of Defense ดังภาพ

 

 
 
     คลิกเพื่อดูรายละเอียดหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการความปลอดภัยทางไซเบอร์

 

 

 

ผลการดำเนินงาน

 

การบริหารความเสี่ยงด้าน Cybersecurity

 

    กลุ่มมิตรผลมีการประเมินความเสี่ยงระดับองค์กรเป็นประจำทุกปี ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ขององค์กร  โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทได้ยกระดับความสำคัญในประเด็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และได้มีแผนงานในการบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม มีการจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยทางไซเบอร์  โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้เหมาะสม เพียงพอ และมีประสิทธิภาพ  เพื่อให้การดำเนินงานต่าง ๆ สามารถบรรลุตามเป้าหมายกลยุทธ์ขององค์กรที่วางไว้

 

    กลุ่มมิตรผลได้มีการวางแผนงานที่สำคัญในการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว (Cybersecurity Management Roadmap)  ด้วยความร่วมมือและการประสานการทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องของด้าน Information Technology, ด้าน Governance, Risk, and Compliance และสำนักตรวจสอบภายใน  ภายใต้นโยบายและการกำกับดูแลของคณะกรรมการความปลอดภัยทางไซเบอร์

 

    นอกจากนั้น หัวใจสำคัญในการจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนได้นั้น คือ ความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักของพนักงานทุกระดับในองค์กร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการและให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับประเด็นดังนี้ 

  • Awareness Training โดยทำการสื่อสารประชาสัมพันธ์และให้ความรู้กับพนักงานอย่างต่อเนื่องรวมทั้งมีการวัดผลที่ชัดเจน ผ่านการทดสอบความรู้และสถานการณ์จำลอง เพื่อทดสอบความสามารถในการรับมือและจัดการกับการโจมตีทางไซเบอร์          
  • จัดทำแผนการรับมือกับสถานการณ์ การซ้อมแผน และการปรับปรุงพัฒนาระบบและกระบวนการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ทั่วทั้งองค์กร

 

 

การพัฒนาองค์กร พัฒนาคน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

 

    ปัจจุบันกลุ่มงาน Digital and Technology Transformation ได้นำเอาเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาประยุต์ใช้ในการกระบวนการทำงาน ทั้งการทำ Digitization นำข้อมูลของโรงงานแต่ละพื้นที่มาจัดรวบรวมในระบบเพื่อทำการวิเคราะห์ หาแนวทางในการพัฒนากระบวนการผลิตร่วมกัน โดยมีวางเป้าหมายในการพัฒนาด้วยการทำ Digital Factory  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของโรงงานให้ดียิ่งขึ้น  นอกจากที่จะพัฒนาองค์กรแล้ว ยังให้ความสำคัญด้วยการพัฒนาคนให้มีความพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี  ด้วยการอบรมให้ความรู้ การใช้เทคโนโลยี หรือโปรแกรมใหม่ๆ เช่น โปรแกรม Power BI ที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำรายงานข้อมูลด้านสถิติ   โปรแกรม Microsoft Teams ที่ถูกนำมาใช้ในการประชุม เป็นเครื่องมือในการอบรมภายในบริษัท มีการใช้ โปรแกรม Microsoft Teams ในการติดตามงานผ่าน Microsoft Planner อีกด้วย

 

 
 

 

 

การประยุกต์ใช้ UAV เพื่อการเกษตรแบบอัจฉริยะ

 

    มิตรผลนำ UAV (Unmanned Aerial Vehicle) มาใช้ ได้แก่ Drone ซึ่งเป็นอากาศยานไร้คนขับและบังคับการเคลื่อนที่ด้วย ระบบวิทยุหรืออัตโนมัติ มาใช้สำรวจพื้นที่การปลูกอ้อย วิเคราะห์ปริมาณแร่ธาตุอาหารในดินก่อนการเริ่มปลูกอ้อย ติดตามการเจริญของอ้อยในแปลงอ้อยที่กำลังเจริญเติบโต การคาดการณ์ผลผลิตอ้อยก่อนฤดูหีบอ้อย และการให้ปุ๋ยและสารอาหารแก่อ้อย ซึ่งการใช้ UAV ดังกล่าว ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น อำนวยความสะดวกให้แก่เกษตรกร ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินการในแปลง

 

 
 

 

    จากการประยุกต์ใช้โดรนเพื่อการเกษตรแบบอัจฉริยะ ทำให้สามารถติดตามการเจริญของอ้อยถูกต้องแม่นยำมากขึ้น และมีประสิทธิภาพ ช่วยอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร ช่วยลดค่าแรงงานของเกษตรกรในการสำรวจและติดตามการเจริญของอ้อยภายในแปลงที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้การติดตามการเจริญของอ้อยในระยะเริ่มปลูกจะช่วยให้เกษตรกรสามารถทราบถึงปริมาณกล้าอ้อยที่ไม่เจริญ และปลูกกล้าอ้อยทดแทนในบริเวณที่พบได้ทันที ซึ่งส่งผลให้การปลูกอ้อยมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

 

 

การตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างด้วยเทคนิค Near-Infrared Spectroscopy (NIR)

 

    กลุ่มมิตรผล นำเทคนิค  Near Infrared Spectroscopy (NIR)  ซึ่งเป็นการตรวจวิเคราะห์คุณภาพตัวอย่างต่างๆ ด้วยเทคนิคที่ไม่ทำให้ตัวอย่างเสียสภาพ (Non-destructive Testing Technique) มาประยุกต์ใช้ในการทดสอบปริมาณและคุณภาพน้ำตาลในอ้อย ซึ่งทำให้ทราบถึงคุณภาพ ความสุกแก่ของอ้อย ก่อนการเก็บเกี่ยวและการหีบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น โดยไม่ทำลายตัวอย่างอ้อยที่ใช้ทดสอบ

 
 

 

ปุ๋ยชีวภาพจากผลิตภัณฑ์เชื้อแบคทีเรียในแคปซูลขนาดเล็ก

 

    กลุ่มมิตรผลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเกษตรแบบยั่งยืน จึงได้ทำการคัดเลือกเชื้อจุลินทรีย์จำพวกแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญของอ้อย และบรรจุเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวในแคปซูลขนาดเล็ก (Microcapsule) ด้วยเทคนิคการห่อหุ้มเชื้อแบคทีเรียในพอลิเมอร์ธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพื่อให้สามารถนำเชื้อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญของอ้อยไปใช้กับไร่อ้อยได้สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้นโดยที่เชื้อยังสามารถรอดชีวิตได้ ซึ่งการใช้ผลิตภัณฑ์เชื้อแบคทีเรียในแคปซูลขนาดเล็กนี้ ช่วยให้เกษตรกรลดการใช้สารปุ๋ยเคมี และสามารถส่งเสริมการเจริญของอ้อยได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยที่เชื้อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญของอ้อยที่ใช้นี้สามารถรอดชีวิต ช่วยตรึงธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญของอ้อยที่บริเวณรากอ้อยได้ ถือเป็นการนำนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชีวภาพมาใช้เพื่อการปรับปรุงการปลูกอ้อยและส่งเสริมธุรกิจการปลูกอ้อย

 

 

 

 

ยีสต์อาหารสัตว์คุณภาพสูง

 

    ผลผลิตจากการนำนวัตกรรมต่อยอดจากกระบวนการผลิตเอทานอล เกิดจากการปั่นแยกยีสต์ออกจากน้ำหมัก นำไปพัฒนาเพิ่มความเข้มข้นแล้วนำไปอบแห้ง ทำให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ยีสต์สำหรับอาหารสัตว์ ภายใต้ ชื่อแบรนด์ KOBOTEN โดยต่อมาได้ทำการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มคุณภาพของยีสต์จนได้เป็น Yeast Specialty นำไปต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ยีสต์อาหารสัตว์คุณภาพสูง ภายใต้ ชื่อแบรนด์ KOBOTENnutri