นวัตกรรม

 

     “สร้างคุณค่า สร้างอนาคตที่ยั่งยืน” ต้องอาศัยนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ กลุ่มมิตรผลจึงสนับสนุนการสร้างสรรค์นำงานวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ เพื่อสร้างความมั่นคงและยกระดับอุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาล และอุตสาหกรรมชีวภาพ ด้วยการสร้างคุณค่าสูงสุดให้กับอ้อย  โดยยึดหลักการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เหลือจากในกระบวนการผลิตน้ำตาลให้ได้ประโยชน์สูงสุดสอดรับกับโมเดลการบูรณาการการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและก้าวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน  นวัตกรรมได้ถูกนำมาใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรและพัฒนาศักยภาพพนักงานแบ่งได้ดังนี้

 

นวัตกรรมการบริหาร และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

 

     กลุ่มมิตรผลได้ตระหนักถึงการพัฒนาต่อยอดทางนวัตกรรมเป็นสิ่งสำคัญที่จะพัฒนาขีดความสามารถของนวัตกรรมเดิมที่มีอยู่แล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อสร้างความเป็นเลิศของนวัตกรรมภายในองค์กร (Mastery of Innovation) และต่อยอดทางความคิด มุมมอง วิสัยทัศน์ ความคิดสร้างสรรค์ ให้ตอบสนองกับทิศทางและกลยุทธ์ขององค์กรได้  โดยหลังจากที่ได้มีการส่งเสริมนวัตกรรมภายในองค์กรด้วยการจัดงานประกวดนวัตกรรมมิตรผล  (Mitr Phol Best Innovation Awards) ซึ่งจัดต่อเนื่องมากว่า 18 ปี โดยในปีนี้มีผู้เข้าสมัครจำนวน 349 โครงการ จากการประกวด 3 ประเภท ได้แก่ ประเภท Best Process Excellence ประเภท New Product / New Service Excellence และประเภท New Business Excellence

 

     ผลการตัดสินการประกวดนวัตกรรมมิตรผล ประจำปี 2562 (Mitr Phol Best Innovation Awards 2019) มี 2 ทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศ และจะได้เดินทางไปศึกษาดูงานนวัตกรรมที่ต่างประเทศ ซึ่งปีนี้พนักงานของโรงงานน้ำตาลมิตรกาฬสินธุ์ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภท Best Process Excellence จากโครงการ Fast Evolution ด้วยการส่งเสริมให้ชาวไร่ลดปริมาณสิ่งเจือปนที่มากับอ้อย และส่งอ้อยคุณภาพดีเข้าโรงงาน เพื่อลดปริมาณดินทรายสู่กระบวนการผลิต ซึ่งเมื่อลดสิ่งเจือปนที่มากับอ้อยแล้วจะช่วยให้โรงงานลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเครื่องจักรที่สึกหรอจากการกระบวนการผลิตอีกด้วย  และพนักงานของบริษัท น้ำตาลมิตรลาว จำกัด ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภท New Product / New Service Excellence จากโครงการ Organic Land โดยการคิดค้นโมเดลอ้อยปลอดโรคใบขาว ผ่านกลไกการทำงาน 4 ขั้นตอน ได้แก่ คัดเลือกหาท่อนพันธุ์ปลอดโรค ควบคุมแมลงพาหะ ถ่ายทอดองค์ความรู้และการจัดการโรคใบขาวที่ถูกต้องให้ชาวไร่อ้อยกว่า 70 หมู่บ้าน และบริหารจัดการด้วยการขุดทำลายอ้อยที่ตรวจพบโรคใบขาวในขณะเริ่มปลูกไม่เกิน 2 เดือน  ส่วนรางวัลชนะเลิศประเภท New Business Excellence ไม่มีโครงการใดได้รับรางวัล

 

     กลุ่มมิตรผลได้จัดให้ผู้ชนะทั้ง 2 ทีมเดินทางไปศึกษาดูงานนวัตกรรม ณ ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อต่อยอดทางความคิดเชิงนวัตกรรม ศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีต่างๆ ในต่างประเทศมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานขององค์กร  ตัวอย่างในการศึกษาดูงาน เช่น งาน South Korea Green Eco-Expo & Internet of Things (IoT) และ Samsung D-Light  ซึ่งเป็นนิทรรศการรวบรวมสุดยอดนวัตกรรมในประเทศเกาหลีใต้มาจัดแสดงให้บุคคลภายนอกได้ศึกษาการนำพลังงานสะอาดมาใช้ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจของตนเอง หรือการลดมลพิษจากของเสียในการประกอบธุรกิจให้ได้มากที่สุด อีกทั้งยังรวมไปถึงการนำเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต มาต่อยอดในการเชื่อมโยงระบบต่าง ๆ เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการทำงาน และลดต้นทุนต่างๆ ภายในองค์กร เป็นต้น

 


 

พนักงานที่ชนะการประกวด Mitr Phol Best Innovation Awards ศึกษาดูงานประเทศเกาหลีใต้

 

 

นวัตกรรมกระบวนการ

 

การขับเคลื่อนนวัตกรรมด้วยเครือข่ายของกลุ่มมิตรผล

 

     การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้ทุกองค์กรต้องปรับตัวเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน   กลุ่มมิตรผลก็ได้ให้ความสำคัญต่อการปรับตัวโดยการนำการวิจัยนวัตกรรมเทคโนโลยีมาปรับใช้ นอกจากพัฒนาระบบจัดการในธุรกิจอ้อยและน้ำตาลให้ดีขึ้น บริษัทยังขยายธุรกิจชีวภาพเพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม และยังให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน ใส่ใจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงผู้บริโภค

 

     บริษัทได้ร่วมมือกับธนาคารทีเอ็มบี พัฒนาระบบการจ่ายเงินส่งเสริมการปลูกอ้อย หรือที่เรียกว่า เกี๊ยวเงินอัตโนมัติที่ทดแทนการออกเช็คล่วงหน้าแบบเดิมด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง เพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการรับเงิน ปัจจุบันมีเกษตรกรให้ความสนใจใช้ระบบดังกล่าวแล้วถึง 5,000 ราย ทั้งนี้ ยังมีการพัฒนา Digital Wallet เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างมิตรผลและเกษตรกร ให้การรับการส่งเสริม เช่น อุปกรณ์การเกษตรต่างๆ เป็นไปอย่างมีระบบ ช่วยลดขั้นตอนการทำเอกสาร ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ แบบเรียลไทม์ ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งสู่การเติบโตที่ยั่งยืนด้วยการนำนวัตกรรมมาปรับใช้ในกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาศัยความร่วมมือของเครือข่ายกลุ่มมิตรผล

 

 

คุณวีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงาน และธุรกิจใหม่ (คนที่ 2 จากซ้าย ) จับมือคุณเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี ในความร่วมมือด้านซัพพลายเชน โซลูชัน บริการด้านการบริหารจัดการเงิน รวมถึงการบริหารจัดการธุรกิจแบบครบวงจร

 

 

นวัตกรรมทางธุรกิจ

 

พันธุ์อ้อยใหม่กับธุรกิจที่ยั่งยืน

 

     ศูนย์นวัตกรรมและการวิจัยของกลุ่มมิตรผลร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC) ได้ดำเนินการพัฒนาพันธุ์อ้อยโดยใช้วิธีการแบบบูรณาการ (Integrative Sugarcane Breeding) ที่มีการนำเทคโนโลยีชีวภาพเข้ามาช่วย เพื่อให้ได้อ้อยสายพันธุ์ใหม่ที่ดีกว่าพันธุ์เดิมภายในระยะเวลา 5 ปี เส้นทางลัดของวิธีการนี้ คือ การนำเครื่องหมายทางพันธุกรรมมาเป็นตัวช่วยในการคัดเลือกพันธุ์ดีเด่น (Marker-assisted Selection) ก่อนที่จะให้เกษตรกรร่วมประเมินความพึงพอใจและส่งเสริมการปลูกต่อไป โดยในปีนี้ได้มีการจดทะเบียนพันธุ์อ้อยใหม่เพิ่มอีก 2 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ภูเขียว 2 และพันธุ์ภูเขียว 3 ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ มีผลผลิตอ้อยสด และ %CCS สูงกว่าสายพันธุ์ที่ปลูกกันในปัจจุบัน  นอกจากนี้ พันธุ์ภูเขียว 2 ยังมีกาบใบหลุดง่าย ช่วยให้ง่ายต่อการเก็บเกี่ยวแบบใช้คนตัด ช่วยลดปัญหาการเผาอ้อยซึ่งก่อให้เกิดมลพิษฝุ่นที่เป็นวิกฤติการณ์หนักในประเทศไทย

 

     การพัฒนาพันธุ์อ้อยที่มีศักยภาพรุ่นต่อไป ยังคงมีแผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองโจทย์ความต้องการและปัญหาที่แตกต่างกันในปัจจุบันและอนาคต และยังเป็นทางเลือกให้เกษตรกรและสร้างความยั่งยืนแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอีกด้วย

 

 
     

พันธุ์ภูเขียว 2

  พันธุ์ภูเขียว 3

 

 

โครงการ Meiosi Seeding Technology

 

     กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพอ้อยให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงสุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภาคการเกษตรควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ โดยศูนย์นวัตกรรมและวิจัยมิตรผล และมิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม (บริษัท ไร่ด่านช้าง จำกัด และบริษัท ไร่อีสาน จำกัด) ร่วมกันพัฒนา “โครงการ Meiosi Seeding Technology” ที่สามารถขยายพันธุ์อ้อยพันธุ์ใหม่ได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น คล้ายกับการแบ่งเซลล์ของพืชแบบไมโอซิส (Meiosis) แทนการใช้ท่อนพันธุ์อ้อยซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ขยายพันธุ์อ้อยทั่วไป วิธีการนี้เทียบได้กับการใช้ท่อนพันธุ์อ้อยประมาณ 0.5 ตันต่อไร่ หรือ 30 เปอร์เซ็นต์ของการปลูกโดยใช้ท่อนพันธุ์โดยตรง สร้างกำลังการผลิตกล้าพันธุ์อ้อยกว่า 2,000,000 ต้นต่อปี สามารถย้ายกล้าพันธุ์อ้อยลงแปลงปลูกได้ในพื้นที่ 500-700 ไร่ ช่วยลดปัญหาการขาดแคลนพันธุ์อ้อย และยังเป็นวิธีการขยายพันธุ์อ้อยให้มีคุณภาพดี ได้พันธุ์ที่สะอาดปราศจากการสะสมของโรคที่สามารถติดไปกับท่อนพันธุ์ เช่น โรคใบขาว ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตพันธุ์อ้อยให้สูงขึ้นเพียงพอกับความต้องการของเกษตรกร

 

 

ขยายพันธุ์อ้อยพันธุ์ใหม่ ภายใต้โครงการ Meiosi Seeding Technology

 

 

นวัตกรรมผลิตภัณฑ์

 

    กลุ่มมิตรผล ร่วมกับ พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม สร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ใหม่เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยนำนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ของมิตรผลน้ำตาลอ้อยธรรมชาติ  โดยด้านนอกของบรรจุภัณฑ์ทำจากกระดาษคราฟ ด้านในป้องกันความชื้นด้วยพลาสติกชีวภาพ (bioplastic)  ชนิดพิเศษที่ผลิตจากพืชที่ผลิตโดย พีทีที เอ็มซีซี ไบโอเคม สามารถย่อยสลายได้ในสภาวะปุ๋ยหมัก โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงย่อยสลายอุตสาหกรรมแต่อย่างใด และไม่ทิ้งสารพิษตกค้างทำลายสิ่งแวดล้อม ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและตอกย้ำความใส่ใจในทุกกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน     

                                                      

 
 มิตรผล น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ ในบรรจุภัณฑ์ใหม่

 

 

     จากนวัตกรรมทั้ง 4 ประเภท ที่ได้ถูกนำมาใช้ในการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อสร้างคุณค่า สร้างอนาคตที่ยั่งยืน กลุ่มมิตรผลสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมให้เกิดขึ้นกับธุรกิจ  รวมทั้งให้ความสำคัญด้วยการจดสิทธิบัตร โดยในปี 2543 ได้มีการจดสิทธิบัตรผลงานเป็นครั้งแรก จนถึงปี 2562 กลุ่มมิตรผลมีผลงานที่สิทธิบัตรคงอยู่เป็นจำนวน 30 เรื่อง แบ่งออกเป็น บริษัทของกลุ่มมิตรผล เป็นเจ้าของสิทธิบัตร 22 เรื่อง และบริษัทของกลุ่มมิตรผล ร่วมกับมหาวิทยาลัย หรือสถาบันภายนอก ร่วมกันเป็นเจ้าของสิทธิบัตร 8 เรื่อง