การบริหารจัดการพนักงาน

 

   

ความท้าทาย

 

    กลุ่มมิตรผล ให้ความสำคัญกับการพัฒนาของบุคลากร ผ่านการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งการลงมือทำด้วยการมอบหมายโครงการ (Project Assignment) การสอนงานโดยหัวหน้างาน (Coaching) และการเข้าอบรม (Training)  เพื่อการพัฒนาทักษะเดิม (Upskill) สร้างทักษะใหม่ (Reskill) และทักษะที่สำคัญในอนาคต (Future Skill)  ในอันที่จะสร้างความเข้มแข็งให้องค์กร ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงได้ดย่างรวดเร็ว รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัว (Flexibility & Adaptability)  ก็เป็นสิ่งที่ดำเนินการควบคู่กันไป

 

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางบริหารจัดการ

 

    กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญกับประเด็นสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน โดยได้กำหนดนโยบายด้านความหลากหลาย (Diversity) ซึ่งจะทำให้พนักงานทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมในสถานที่ทำงาน โดยไม่มีการแบ่งแยก และยอมรับความแตกต่าง ทั้งความหลากหลายของเพศ เชื้อชาติ สัญชาติ ค่านิยม และวัฒนธรรม รวมถึงคนทุพพลภาพ และให้ความเสมอภาคตั้งแต่กระบวนการสรรหา การจ้างงาน และการแต่งตั้ง พร้อมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้การพัฒนาพนักงาน และการดูแลพนักงานให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อสนับสนุนต่อความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะประเมินค่าตอบแทนที่เป็นธรรมและเพียงพอต่อการดำรงชีวิตของพนักงานให้แก่พนักงานทั้งหมด 100% ภายในปี 2565  

 

     คลิกเพื่อดูนโยบายด้านความหลากหลาย 

 

    นอกจากนี้ ในวิกฤตการณ์ ที่เกิดขึ้น ยังทำให้เห็นถึงความสำคัญของทักษะด้านดิจิทัล (Digital Literacy) ทักษะการปรับตัว (Adaptability) และทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration) ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงานในศตวรรษที่ 21 โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนามิตรผล ได้ออกแบบหลักสูตร และปรับรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกภายใต้ชื่อหลักสูตร Mitr Phol Transformational Leadership Program เพื่อการพัฒนาทักษะเดิม (Upskill) สร้างทักษะใหม่ (Reskill) และทักษะที่สำคัญในอนาคต (Future skill)  ให้พนักงานสามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงในยุค Digital Disruption พร้อมปรับรูปแบบการเรียนรู้ผ่าน Digital Platform เน้นการพัฒนาในรูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ที่เรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลายจากสถาบันการศึกษาระดับโลก ใน 4 รูปแบบ คือ ห้องเรียนเสมือนจริง (Virtual Classroom), การเรียนรู้ผ่านหลักสูตรด้วยวิดีโอคลิปต่าง ๆ (On-Line), คลังการเรียนรู้ คลังข้อมูล และเอกสารที่สามารถให้ผู้เข้าเรียนเข้าถึงข้อมูลการเรียนรู้ได้ (Front-Line), การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อมูล หรือเรื่องราวจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Bee-Line) รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านการทำโครงการ (Project Based Learning)

 
 
 

 

    สำหรับรูปแบบการเรียนรู้ Virtual Classroom หรือห้องเรียนเสมือนจริง เป็นการนำคลาสเรียนแบบ Inline หรือ Classroom มาสอนผ่านระบบ Zoom Meeting เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้แบบใหม่ ที่ผู้เรียนสามารถเชื่อมต่อ และมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน หรือแม้แต่ผู้สอนได้แบบ “Real-time”

 

    Virtual Classroom มีการแบ่งรูปแบบหลัก ๆ ออกเป็น 3 แบบ ได้แก่

1.Live Classroom Broadcast การถ่ายทอดสดการเรียนการสอนจากห้องเรียน

2.Virtual Classroom ห้องเรียนเสมือนจริง เพิ่มความสะดวกสบาย แต่คงไว้ซึ่งประสบการณ์การเรียนรู้ที่แตกต่าง 

            เน้นการทำกิจกรรมกลุ่ม และการโต้ตอบระหว่างผู้เรียน-ผู้สอน

3.SimpliLearn Virtual Seminar ห้องสัมมนาเสมือนจริง พัฒนาทักษะด้าน Technical Skill กับผู้เชี่ยวชาญจาก 

            SimpliLearn
 

 

    นอกจากนี้ หลักสูตรดังกล่าวจะยกระดับจากความคิด (Idea Project) สู่การลงมือทำจริงเพื่อสร้างผลลัพธ์ต่อธุรกิจ โดยการเรียนรู้ผ่านการทำโครงการ (Project Based Learning) ด้วยกระบวนการ Design Thinking การแบ่งปันความรู้และประสบการณ์จากผู้บริหารระดับสูง วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมภาวะการเป็นผู้นำ และการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ ทั้งนี้การพัฒนาบุคลากรผ่านการทำโครงการร่วมกันดังกล่าวสามารถวัดผลการเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในเรื่องการพัฒนาความรู้ ทักษะ การนำไปใช้ในการทำงาน ผลสำเร็จต่อเป้าหมายและการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 3 หลักสูตรตามความเหมาะสมของกลุ่มเป้าหมายของพนักงาน ซึ่งแต่ละหลักสูตรมีรายละเอียด ดังนี้  

     

 
 
 

 

    นอกจากการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้รูปแบบที่หลากหลายหลักสูตร (Blended Learning) กลุ่มมิตรผลยังมีการพัฒนาพนักงานตามความสามารถด้านวิชาชีพ (Functional Competency Development) โดยบริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาตามแนวทาง 70:20:10 เรียนรู้ด้วยตนเองและจากการปฏิบัติงาน ร้อยละ 70, เรียนรู้จากผู้อื่นและการสอนงาน ร้อยละ 20 และเรียนรู้จากการฝึกอบรม ร้อยละ 10  จากความเชื่อที่ว่าการพัฒนาบุคลากรผ่านประสบการณ์จริงจากการลงมือทำจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างแท้จริง

 

 

ผลการดำเนินงาน

 

ความหลากหลายและเท่าเทียมของพนักงาน

 

    กลุ่มมิตรผลสนับสนุน และส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย ทุกคนมีโอกาสพัฒนาศักยภาพ และเติบโตเป็นบุคลากรที่มีความสามารถในกลุ่มมิตรผล

 

 
 
 

 

    กลุ่มมิตรผลมีส่วนช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนด้วยการจ้างงาน โดยเปิดรับบุคลากรจากท้องถิ่นเข้าทำงานในพื้นที่ของโรงงานแต่ละแห่งตั้งอยู่ ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน  และยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน โดยจ่ายผลตอบแทนให้สอดคล้องกับอัตราค่าตอบแทนพื้นฐานตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้บริษัทยังมีการจ้างพนักงานทุพพลภาพในชุมชนผ่านโครงการชุมชนเข้มแข็งด้วยแรงผู้พิการ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการได้ทำงานในสถานที่ใกล้บ้าน สร้างรายได้ของผู้พิการในชุมชนให้สามารถช่วยเหลือและพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นชมรมผู้พิการเพื่อขยายผลสร้างอาชีพให้ผู้พิการคนอื่นๆ ในตำบล โดยการจ้างงานดังกล่าวเพื่อลดความเหลื่อมล้ำช่วยสร้างความภาคภูมิใจให้ผู้พิการสามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุข 

 
 
 

 

การพัฒนาพนักงานของกลุ่มมิตรผล

 

    จากแนวทางการพัฒนาพนักงานของกลุ่มมิตรผล ที่มุ่งให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของพนักงานด้วยแนวทาง 70:20:10 เพื่อยกระดับการเรียนรู้และก้าวสู่ Digital Transformation ทำให้ในปี 2563 นี้ กลุ่มมิตรผลมีการพัฒนาพนักงานดังนี้

 

1. การพัฒนาการเรียนรู้ผ่านการสร้างประสบการณ์จริงจากการลงมือปฏิบัติ (70%)

 

มีโครงการสำคัญที่เกิดจากหลักสูตรการพัฒนาของพนักงาน ได้แก่ การทำโครงการพัฒนาทางธุรกิจในหลักสูตร Mitr Phol Transformational Leadership Program 2020 (MTLP1, MTLP2, MTLP3) ซึ่งในปีนี้มีการจัดทั้งสิ้น 6 รุ่น มีผู้เข้าร่วม 164 คน มีโครงการจำนวน 13 โครงการ  มูลค่าผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับภายใน 2 ปี 23 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

คลิกเพื่อดูรายละเอียดหลักสูตร Mitr Phol Transformational Leadership Program 2020

 
 

2. การพัฒนาการเรียนรู้จากผู้อื่น (20%)

 

ในปีนี้มีการพัฒนาพนักงานผ่านการเรียนรู้จากผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ Mentoring Program เพื่อพัฒนา    

         ผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงที่เป็น Future Leader จำนวน 11 ท่าน ผ่านระบบการเรียนรู้จากพี่เลี้ยง (Mentor)   
         ที่เป็นผู้บริหารระดับประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการขึ้นไป เพื่อให้คำปรึกษา สอนงาน และสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ
         ในการทำงานอย่างรอบด้าน ให้มีความพร้อมสำหรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
 

3. การพัฒนาการเรียนรู้ภายในห้องเรียน/การฝึกอบรม (10%)

 

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกองค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายและต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน และการใช้กลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงรูปแบบการเรียนรู้ของคนในองค์กร จากเดิมร้อยละ 10 ของการพัฒนาเป็นการเรียนรู้ภายในห้องเรียน   

แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ดังกล่าว สถาบันพัฒนามิตรผลจึงได้จัดโปรแกรมการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ 

         Leadership Competency และวัฒนธรรมกลุ่มมิตรผล (MITR beyond) โดยเน้นการเรียนผ่าน Digital Platform 
         เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ Reskill และUpskill ให้กับพนักงานทั้งหมดในองค์กรให้สามารถเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้
         เพิ่มขีดความสามารถ และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ภายใต้ชื่อโครงการ MITR beyond Reskill – Upskill
         โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

 
 
 

 

    โครงการดังกล่าวมีแนวทางการวัดผลการเรียนรู้จากการทำแบบประเมินวัดผลการเรียนรู้ (Test) และแบ่งปันการเรียนรู้ และประโยชน์ที่ได้รับลงในกลุ่ม Microsoft Teams ซึ่งจากการปรับปรุงรูปแบบการพัฒนา โดยนำ Digital Platform เข้ามาช่วยในการเรียนรู้ของพนักงาน ทำให้พนักงานทั้งหมดในองค์กรได้รับการพัฒนา เพิ่มโอกาสการพัฒนาของพนักงานรายบุคคล สามารถเข้าถึงสื่อการเรียนรู้อย่างทั่วถึง รวมไปถึงสร้าง Knowledge Management ให้เกิดขึ้นในองค์กร ด้วยการที่พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งปันสิ่งที่ได้รับจากการเรียนรู้ (Learning Summary) และ การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการทำงาน (Applying knowledge to work) ให้กับเพื่อนพนักงานในองค์กร

 

    โดยในปี 2563 กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญกับการพัฒนาพนักงานทุกระดับ โดยมีข้อมูลจำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมพนักงาน ดังนี้

 

 
 
 

 

 

การดูแลพนักงาน

 

    กลุ่มมิตรผลมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานทุกคน เพื่อให้เกิดความสมดุลในการปฏิบัติงานและการใช้ชีวิตส่วนตัว โดยบริษัทได้ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานในสถานประกอบการ ซึ่งมีพนักงานที่เป็นตัวแทนมาจากการเลือกตั้ง ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความต้องการด้านสวัสดิการของพนักงานให้บริษัทได้รับทราบ รวมทั้งทำหน้าที่ร่วมให้ข้อเสนอแนะ ตรวจสอบ ดูแลการจัดสวัสดิการของบริษัท ซึ่งมีการจัดสรรสวัสดิการและสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากสวัสดิการพื้นฐานตามกฎหมายกำหนดให้แก่พนักงานทุกคนอย่างไม่เลือกปฏิบัติ

 

 
 
 

พนักงานเกษียณอายุ ทางบริษัทได้เตรียมความพร้อมก่อนพนักงานจะเกษียณอายุในการพัฒนาความรู้ทางด้านการเงิน

  • จัดอบรมวางแผนการเงินก่อนการเกษียณอายุ เพื่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีสุข
  • สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลให้กับพนักงานหลังเกษียณอายุต่อเนื่องอีก 2 ปี นับจากวันที่เกษียณ

 

 

 

ความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร

 

    เพื่อให้เกิดการพัฒนาในด้านการบริหารจัดการพนักงานอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงได้ดำเนินการสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรเป็นประจำทุกปี ซึ่งผลการสำรวจความผูกพันขององค์กร มีดังนี้

 

 
 
 

 

    จากผลการสำรวจความผูกพันของพนักงานกลุ่มมิตรผลอยู่ที่ 89% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายการสร้างความผูกพันที่ตั้งไว้ 74% บริษัทได้นำผลดังกล่าวมาวิเคราะห์และจัดให้มีการสนทนาแบบกลุ่ม รวมทั้งขอความคิดเห็นของพนักงานประกอบเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุและพัฒนาสิ่งที่ส่งผลต่อความผูกพันของพนักงานที่สูงขึ้น โดยมีการจัดทำแผนและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผู้บริหารมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุนเพิ่มความผูกพันในทุกกิจกรรมของพนักงาน เพราะความผูกพันของพนักงานเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พนักงานสามารถทำงานอยู่ร่วมกับองค์กรได้อย่างมีความสุข และอยู่กับองค์กรในระยะยาว รวมถึงยินดีที่จะปฏิบัติงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลต่อการบรรลุความสำเร็จขององค์กร