ความปลอดภัยและสุขอนามัย

 

     กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญในเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจ เพราะเล็งเห็นความสำคัญของพนักงาน ผู้รับเหมาและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมุ่งหวังให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียต่อพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง จึงได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนา ปรับปรุง และยกระดับสมรรถนะด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำระดับโลก (World Class Organization) โดยผู้บริหารระดับสูง มีเจตนารมณ์ในการสร้างวัฒนธรรมด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานทั่วทั้งองค์กร และถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

 

     ด้วยความมุ่งมั่นที่จะให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัทได้กำหนดนโยบายด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (Security, Safety, Occupational Health and Environment: SSHE) โดยนำมาใช้ในการบริหารจัดการทั่วทั้งภายใน และภายนอกองค์กร บริษัทมีการจัดตั้งฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยมีทีมงานทั้งส่วนกลาง และส่วนโรงงานในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การบริหารงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นไปได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพด้วยการกำหนดเป้าหมายแผนการดำเนินงานร่วมกันของแต่ละบริษัทในกลุ่มมิตรผล และสอดคล้องระบบการบริหารจัดการความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานสากล เช่น ISO14001:2015 และ OHSAS18001:2007 เป็นต้น โดยได้ทำการสื่อสาร ถ่ายทอดไปยังผู้มีส่วนได้เสียครอบคลุมทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้บริหาร พนักงาน ผู้รับเหมา และ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน

 

คลิกเพื่อดูรายละเอียดนโยบายด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

 

 

การดำเนินงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

 

     กลุ่มมิตรผลมีการติดตามผลการดำเนินงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พร้อมทบทวนแนวทางการบริหารจัดการโดยฝ่ายบริหารอย่างสม่ำเสมอในการประชุมทุกเดือน รวมทั้งการประเมินความเสี่ยงของการดำเนินงาน โดยจะมีกระบวนการในการบ่งชี้ความเป็นอันตราย การประเมินความเสี่ยง และการสอบสวนอุบัติการณ์เพื่อระบุประเด็นประเมินความเสี่ยง (Risk) และโอกาส (Opportunity) ครอบคลุมกระบวนการปฏิบัติงาน กิจกรรม และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เครื่องจักร อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต ตลอดจนกิจกรรมในการดำเนินการของผู้รับเหมาที่มีนัยสำคัญต่อหน่วยงาน พิจารณาครอบคลุมถึงสถานการณ์ปกติ สถานการณ์ไม่ปกติ และสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนการ กิจกรรม นำผลการประเมินความเสี่ยงระดับปานกลางขึ้นไปมาทำแผนแก้ไขป้องกัน และรายงานต่อผู้บังคับบัญชา จนถึงผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อขยายผลป้องกันการเกิดซ้ำ โดยมีเป้าหมายให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์ และมีการตั้งเป้าหมายอัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Lost-Time Injury Frequency Rate: LTIFR) สำหรับพนักงานให้น้อยกว่า 0.6 คน/1,000,000 ชั่วโมงการทำงาน ภายในปี 2566  รวมถึงกำหนดแผนควบคุมและลดความเสี่ยงนั้นๆ เพื่อให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ในทุกระดับความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยกำหนดฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของแต่ละพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานแผนงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน และติดตามแผนงานดังกล่าวเป็นระยะ รวมทั้งสำรวจการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และตรวจสอบสถิติการประสบอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น  หากพนักงานหรือผู้บังคับบัญชาพบว่า กิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมายได้ปฏิบัตินั้น มีความเสี่ยง หรืออาจก่อให้เกิดอันตราย การบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต พนักงานหรือผู้บังคับบัญชามีสิทธิปฏิเสธการปฏิบัติงาน และ/หรือสั่งหยุดการกระทำนั้นได้ทันที โดยไม่ถือเป็นการกระทำผิดในการปฏิบัติงาน และต้องแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทันที   เพื่อดำเนินการแก้ไข พัฒนาระบบการบริหารจัดการความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานกลุ่มมิตรผลต่อไป สำหรับกรณีหากเกิดอุบัติเหตุจะมีขั้นตอนการสอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติขึ้น

 

     กลุ่มมิตรผลจัดให้มีแพทย์ และพยาบาลจากโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขประจำที่ห้องพยาบาลของแต่ละพื้นที่ตามกฎหมายกำหนด เพื่อให้คำแนะนำปรึกษา ตรวจรักษา และบริการตลอดระยะเวลาปฏิบัติงานของพนังาน และผู้รับเหมา รวมถึงมีการจัดตั้งคลินิกความปลอดภัยเพื่อให้มีระบบการดูแลพนักงาน และผู้รับเหมาที่ประสบอันตรายจากการทำงานที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ สร้างระบบการป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพในเบื้องต้น และมีการให้คำปรึกษาพร้อมส่งเสริมการดูแลสุขภาพอนามัย รวมทั้งการเฝ้าระวังการเจ็บปวยหรือโรคจากการทำงาน โดยมีแนวทางการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การให้บริการคลินิกความปลอดภัย

 

     ที่ผ่านมา กลุ่มมิตรผลมีการดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน อันประกอบด้วยตัวแทนจากพนักงาน และตัวแทนขององค์กร โดยมีการประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง โดยรายงาน และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน และมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานต่อบริษัท เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมา และบุคคลภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงานหรือเข้ามาใช้บริการในสถานประกอบกิจการ

 

 

 

การควบคุม ป้องกัน และการลดความสูญเสีย ด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

 

     กลุ่มมิตรผลให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักให้กับพนักงานและผู้รับเหมา เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน จึงได้มีการกำหนดกฎพิทักษ์ชีวิต (Life Saving Rules) ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนได้ยึดถือ และปฏิบัติตาม เพื่อสร้างความปลอดภัยในการทำงาน และถือเป็นมาตรการสร้างความตระหนักรู้ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติร้ายแรงที่ทำให้เสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งปีนี้ได้มีการนำกฎพิทักษ์ชีวิตมาใช้ครอบคลุมทุกธุรกิจของกลุ่มมิตรผล

 

 
 
 
 
 
 

 

     นอกจากนั้น กลุ่มมิตรผลยังมีแนวทางปฏิบัติ มาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ ผนวกเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกคนได้ปฏิบัติตามมาตรฐานการทำงานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด ดังนี้

 
 

 

การส่งเสริมจิตสำนึกด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

 

     กลุ่มมิตรผลริเริ่ม และผลักดันการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียต่อชีวิตและการบาดเจ็บ อันเนื่องมาจากการทำงานของทั้งพนักงานและผู้รับเหมา บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาความรู้ ความสามารถ และปลูกฝังวัฒนธรรมที่ดีด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม สร้างการมีส่วนร่วมรับผิดชอบของพนักงานทุกคน ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงการให้คำปรึกษาแก่พนักงาน และตัวแทนพนักงาน ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการดังนี้

 

 

  • จัดให้มีการตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน อันประกอบด้วยการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ความร้อน เสียงและความเข้มของแสงสว่างในพื้นที่ทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่า พนักงาน ปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
 
  • จัดให้มีแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขประจำที่ห้องพยาบาลของแต่ละพื้นที่ตามกฎหมายกำหนด รวมถึงมีการจัดตั้งคลินิกความปลอดภัยเพื่อให้มีระบบการดูแลพนักงานและผู้รับเหมาที่ประสบอันตรายจากการทำงานที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ
 
  • จัดให้มีสถานที่ออกกำลังกายภายในพื้นที่โรงงาน และมีจัดฟิตเนสที่สำนักงานใหญ่ ซึ่งเป็นบริษัทช่วย สร้างเสริมสุขภาพให้กับพนักงาน
 
  • จัดให้มีการซ้อมแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถดำเนินธุรกิจและตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างต่อเนื่อง
 
   
       
  การฝึกซ้อมดับเพลิงภายในโรงงานเพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดอัคคีภัย   การอบรมความรู้เรื่องความปลอดภัยให้กับพนักงาน