การบริหารจัดการความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน


การบริหารจัดการความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

 

 

ความท้าทาย

 

    ประเภทธุรกิจของกลุ่มมิตรผลอยู่ในอุตสาหกรรมหนักที่มีการใช้เครื่องมือ เครื่องจักรหนัก และหลากหลาย รวมทั้งมีบุคลากรในการทำงานในสภาวะที่แตกต่างกันเป็นจำนวนมาก ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงานจึงเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งกลุ่มมิตรผลได้ให้ความสำคัญกับผู้เกี่ยวข้องทั้งพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งหวังให้อุบัติเหตุเป็นศูนย์เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

 

 

ความมุ่งมั่นและแนวทางการบริหารงาน

 

    เรามุ่งมั่นในการยกระดับการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

มีมาตรฐานสากล สอดรับกับการก้าวสู่องค์กรชั้นนำระดับโลก (World Class Organization) โดยผู้บริหารมีเจตนารมณ์ในการสร้างวัฒนธรรมด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานทั่วทั้งองค์กร และถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด  

 

    บริษัทได้กำหนดนโยบายด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (Security, Safety, Occupational Health and Environment: SSHE) โดยนำมาบูรณาการบริหารจัดการทั่วทั้งภายใน และภายนอกองค์กร  บริษัทมีการจัดตั้งฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยมีทีมงานทั้งส่วนกลาง และส่วนโรงงานในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การบริหารงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นไปได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ ด้วยการกำหนดเป้าหมายแผนการดำเนินงานร่วมกันของแต่ละบริษัทในกลุ่มมิตรผล ซึ่งสอดคล้องระบบการบริหารจัดการความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล เช่น ISO14001:2015 และ ISO45001:2018 เป็นต้น รวมทั้งได้ทำการสื่อสาร ถ่ายทอดไปยังผู้มีส่วนได้เสียครอบคลุมทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้บริหาร พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน(403-1)

 

    คลิกเพื่อดูรายละเอียดนโยบายด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

 

    กลุ่มมิตรผลมีการติดตามผลการดำเนินงานด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พร้อมทบทวนแนวทางการบริหารจัดการโดยฝ่ายบริหารอย่างสม่ำเสมอในการประชุมทุกเดือน รวมทั้งการประเมินความเสี่ยงของการดำเนินงานที่ผ่านมา ซึ่งจะมีกระบวนการในการบ่งชี้ความเป็นอันตราย การประเมินความเสี่ยง และการสอบสวนอุบัติการณ์เพื่อระบุประเด็นประเมินความเสี่ยง (Risk) และโอกาส (Opportunity) ครอบคลุมกระบวนการปฏิบัติงาน กิจกรรม และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตตลอดจนกิจกรรมในการดำเนินการของผู้รับเหมาที่มีนัยสำคัญต่อหน่วยงาน พิจารณาครอบคลุมถึงสถานการณ์ปกติ สถานการณ์ไม่ปกติ และสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงกำหนดแผนควบคุมและลดความเสี่ยงนั้นๆ เพื่อให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ในทุกระดับความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญรวมถึงความเสี่ยงที่เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยกำหนดฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของแต่ละพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานแผนงานด้านความปลอดภัยในการทำงาน และติดตามแผนงานดังกล่าวเป็นระยะรวมทั้งสำรวจการปฏิบัติการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และตรวจสอบสถิติการประสบอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น(403-2)   

 

    หากพนักงานหรือผู้บังคับบัญชาพบว่ากิจกรรมหรืองานที่ได้รับมอบหมายได้ปฏิบัตินั้นมีความเสี่ยง หรืออาจก่อให้เกิดอันตราย การบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต พนักงานหรือผู้บังคับบัญชามีสิทธิปฏิเสธการปฏิบัติงาน และ/หรือสั่งหยุดการกระทำนั้นได้ทันที โดยไม่ถือเป็นการกระทำผิดในการปฏิบัติงานและต้องแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทันที เพื่อดำเนินการแก้ไข พัฒนาระบบการบริหารจัดการความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของกลุ่มมิตรผลต่อไป สำหรับกรณีหากเกิดอุบัติเหตุจะมีขั้นตอนการสอบสวนหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติขึ้น รายงานต่อผู้บังคับบัญชาในแต่ละพื้นที่ และรายงานข้อมูลให้ฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมส่วนกลางได้รับทราบ จากนั้นจะมีการสอบสวนหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ ทำแผนงาน และติดตามผลการดำเนินงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ

 

    กลุ่มมิตรผลจัดให้มีแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานและการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขประจำที่ห้องพยาบาลของแต่ละพื้นที่ตามกฎหมายกำหนด เพื่อให้คำแนะนำปรึกษาตรวจรักษาและบริการตลอดระยะเวลาปฏิบัติงานของพนักงานและผู้รับเหมา รวมถึงมีการจัดตั้งคลินิกความปลอดภัยเพื่อให้มีระบบการดูแล พนักงานและผู้รับเหมาที่ประสบอันตรายจากการทำงานที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ สร้างระบบการป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพในเบื้องต้น และมีการให้คำปรึกษาพร้อมส่งเสริมการดูแลสุขภาพอนามัย รวมทั้งการเฝ้าระวังการเจ็บป่วยหรือโรคจากการทำงาน โดยมีแนวทางการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การให้บริการคลินิกความปลอดภัย(403-3)

 

    นอกจากนั้นกลุ่มมิตรผลยังมีการจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากพนักงานและตัวแทนขององค์กรจัดการประชุมอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง รายงาน และเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน และมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานต่อบริษัท เพื่อความปลอดภัยในการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมา และบุคคลภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงานหรือเข้ามาใช้บริการในสถานประกอบกิจการโดยดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด (403-4) 

 

 

ผลการดำเนินงาน

 

สถิติด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

 

    กลุ่มมิตรผลมีการตั้งเป้าหมายอัตราการบาดเจ็บขั้นหยุดงาน และเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติอุบัติการณ์ต่างๆ ของพนักงานและผู้รับเหมาเป็นประจำทุกเดือน จากหน่วยงานความปลอดภัยและคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน(403-9) หลังจากรวบรวมข้อมูลจะดำเนินการรายงานต่อผู้บริหารระดับสูงแต่ละกลุ่มธุรกิจ เพื่อทราบผลการดำเนินงานเทียบกับเป้าหมายดังกล่าว พิจารณา และสั่งการในการแก้ไข ป้องกันการเกิดขึ้นซ้ำ

 
 

    มิตรผลมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ โดยมีการตั้งเป้าหมายอัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Lost-Time Injury Frequency Rate: LTIFR) สำหรับพนักงานให้น้อยกว่า 0.6 ราย/1 ล้านชั่วโมงการทำงาน ภายในปี 2566   

 

    สำหรับผลสถิติยังพบว่าอัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงานของพนักงานยังเกินเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ ทั้งนี้บริษัทได้ดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่แท้จริงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ อีกทั้งยังได้มีการทบทวนปรับปรุงแก้ไขขั้นตอนการทำงานรวมถึงการทบทวนผลการประเมินความเสี่ยงให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น และเพิ่มความสำคัญในการใช้นโยบายด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ตลอดจนจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักให้กับพนักงานและผู้รับเหมาของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีอุบัติเหตุจากการทำงานเกิดขึ้นกับพนักงานและผู้รับเหมาในอนาคต

 

 

การส่งเสริมจิตสำนึกด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

 

    กลุ่มมิตรผลริเริ่มและผลักดันการสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ปลอดภัยให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กร เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียต่อชีวิตและการบาดเจ็บ อันเนื่องมาจากการทำงานของทั้งพนักงานและผู้รับเหมา บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาความรู้ ความสามารถ และปลูกฝังวัฒนธรรมที่ดีด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน สร้างการมีส่วนร่วมรับผิดชอบของพนักงานทุกคน ชุมชน และผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึงการให้คำปรึกษาแก่พนักงาน และตัวแทนพนักงาน ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการดังนี้

 

 

 

  • จัดให้มีการตรวจวัดและประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงาน อันประกอบด้วยการตรวจวัดคุณภาพอากาศ ความร้อน เสียงและความเข้มของแสงสว่างในพื้นที่ทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่า พนักงาน ปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
 
  • จัดให้มีแพทย์ พยาบาล จากโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขประจำที่ห้องพยาบาลของแต่ละพื้นที่ตามกฎหมายกำหนด รวมถึงมีการจัดตั้งคลินิกความปลอดภัยเพื่อให้มีระบบการดูแลพนักงานและ
        ผู้รับเหมาที่ประสบอันตรายจากการทำงานที่ได้รับผลกระทบทางสุขภาพ
 
  • จัดให้มีสถานที่ออกกำลังกายภายในพื้นที่โรงงาน และมีจัดฟิตเนสที่สำนักงานใหญ่ ซึ่งเป็นบริษัทช่วยสร้างเสริม
         สุขภาพให้กับพนักงาน
 
  • จัดให้มีการซ้อมแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถดำเนินธุรกิจและตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างต่อเนื่อง
 
 
 
   
       
 

กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายใจเป็นสุข ระหว่างโรงงานร่วมกับโรงพยาบาลจังหวัดในพื้นที่

 

 

การเข้าร่วมการประเมินสถานประกอบกิจการต้นแบบ

 

    โรงงานน้ำตาลมิตรภูเขียวได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานประจำปี 2563 รางวัลระดับประเทศประเภทรางวัลเกียรติบัตร(ทอง) ณ สำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงานจังหวัดชัยภูมิ จัดโดยกองความปลอดภัยแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง